ลิเวอร์พูลพลิกสถานการณ์จากตามหลังกลับมาบุกชนะเบรนท์ฟอร์ด 2-1 โดยอเล็กซานเดอร์ อิซัค ทำประตูชัยในนาทีที่ 70 ส่งทีมขึ้นอันดับ 5 ขณะที่เจ้าถิ่นจบเกมด้วยผู้เล่นเพียง 9 คน เสียสถิติไร้พ่ายและหลุดจากกลุ่มท็อปโฟร์
ช่วงต้นเกมลิเวอร์พูลมีโอกาสจากแบรดลีย์ บาร์โคลา และอิซัค ซึ่งกลับมาลงสนามหลังพลาดเกมแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ยังเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ เบรนท์ฟอร์ดตอบโต้ด้วยเกมสวนกลับ ก่อนอิกอร์ ติอาโก เปิดให้คีน ลูอิส-พอตเตอร์ เติมจากแบ็กซ้ายมาโหม่งเสียบมุมบนพาเจ้าถิ่นนำ 1-0 หลังลิเวอร์พูลเคลียร์บอลไม่ขาด
ลิเวอร์พูลยังเจอปัญหาเมื่อโดมินิก โซบอสไล บาดเจ็บจนต้องส่งเทรย์ นโยนี วัย 19 ปีลงแทน ท่ามกลางตัวเลือกแดนกลางที่จำกัดเพราะไรอัน กราเฟนแบร์คติดโทษแบน อีกจังหวะสำคัญคือการกลับคำตัดสินจุดโทษของลิเวอร์พูล หลังภาพย้อนหลังแสดงให้เห็นว่าดังโก อัวตารา สัมผัสบอลก่อนปะทะอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ แต่จุดเปลี่ยนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเยฮอร์ ยาร์โมลยุค ถูกไล่ออกจากการใช้ศีรษะกระแทกเฌเรมี ฌักเกต์ ทำให้เบรนท์ฟอร์ดต้องรักษาสกอร์นำด้วยผู้เล่น 10 คนตลอดครึ่งหลัง
ลิเวอร์พูลใช้ความได้เปรียบด้านจำนวนผู้เล่นจนได้ผล ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ จ่ายให้บิกตอร์ มูนญอซ ยิงตีเสมออย่างเฉียบคม เป็นแอสซิสต์ที่สองของเวียร์ตซ์ในฤดูกาลนี้ และทั้งสองครั้งจบด้วยประตูของมูนญอซ จากนั้นบาร์โคลาโหม่งตั้งให้อิซัคยิงแซงในนาทีที่ 70 นับเป็นการสร้างประตูครั้งแรกของบาร์โคลานับตั้งแต่ย้ายมาจากปารีส แซงต์-แชร์กแมงด้วยค่าตัวเบื้องต้น 106 ล้านปอนด์ ส่วนอิซัคซึ่งย้ายจากนิวคาสเซิลด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ มีช่วงเริ่มต้นกับลิเวอร์พูลที่ขาดความต่อเนื่องเพราะอาการบาดเจ็บ
อันโดนี อิราโอลา กุนซือลิเวอร์พูล กล่าวถึงเกมนี้ว่า “วันนี้เป็นการต่อสู้ที่ดี” พร้อมชมบาร์โคลาและเวียร์ตซ์ว่า “ทั้งคู่มีอิทธิพลต่อเกมมาก แบรดลีย์กับโฟลเป็นนักเตะที่น่ามีไว้ในทีมเมื่อต้องเจอกับคู่แข่ง 10 คน” ฝั่งคีธ แอนดรูว์ส ผู้จัดการทีมเบรนท์ฟอร์ด มองว่า “เรากำลังเหนือกว่าอยู่เล็กน้อย” และรู้สึกว่าหลายคำตัดสินเข้าทางลิเวอร์พูล แต่ไม่ติดใจกับใบแดงแรก ก่อนที่วิตาลี ยาเนลต์ จะได้รับใบเหลืองที่สองจนเจ้าถิ่นเหลือ 9 คน
โปรแมวมองว่า ความได้เปรียบด้านจำนวนผู้เล่นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แต่การจ่ายบอลในพื้นที่แคบของเวียร์ตซ์และจังหวะประสานงานในแนวรุกคือสิ่งที่ลิเวอร์พูลควรต่อยอด ส่วนเบรนท์ฟอร์ด เกมนี้สะท้อนว่าการรักษาวินัยสำคัญเพียงใด แม้จะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบบนสกอร์บอร์ดก็ตาม

