เอซรี คอนซา พร้อมรับความท้าทายในการดวลกับแฮร์รี เคน เมื่ออาร์เซนอลบุกเยือนบาเยิร์น มิวนิก ที่อัลลิอันซ์ อารีนา ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก วันพุธนี้ โดยกองหลังวัย 28 ปีตั้งเป้าคว้าทุกแชมป์กับสโมสร หลังเริ่มต้นชีวิตกับทีมได้อย่างลงตัว และเพิ่งช่วยรักษาชัยชนะเหนือน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 เมื่อวันอาทิตย์
จังหวะสำคัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 93 เมื่อเลียม ดีแลป หลุดเข้าพื้นที่ด้านซ้าย แต่คอนซาวิ่งตามกลับมาบล็อกได้ทัน ช่วยให้อาร์เซนอลเก็บคลีนชีตและคว้าชัยเป็นนัดที่ 10 จากการลงเล่น 11 นัดในฤดูกาลนี้ อีกทั้งยุติการบุกเสมอฟอเรสต์ 0-0 ตลอดสองฤดูกาลก่อนหน้า คอนซากล่าวว่า “เราไม่ได้ชนะที่นี่มาสองฤดูกาลแล้ว ผู้จัดการทีมย้ำเรื่องนี้อยู่ตลอด” พร้อมอธิบายว่า “ถ้าคุณอยากคว้าแชมป์ คุณต้องมาเยือนสนามที่เล่นยากแบบนี้แล้วเก็บสามแต้มให้ได้”
ความสำเร็จกับอาร์เซนอลมีความหมายเป็นพิเศษสำหรับคอนซา เพราะเขาเชียร์สโมสรตั้งแต่วัยเด็ก เจ้าตัวเล่าว่าเคยมีชุดแข่งอาร์เซนอลหลายตัว และกล่าวว่า “การได้มาอยู่ที่นี่ และไม่ได้แค่มาอยู่ที่นี่ แต่ยังได้อยู่กับเพื่อนสนิทด้วย ทำให้มันพิเศษยิ่งขึ้น” หนึ่งในนั้นคือเอเบเรชี เอเซ ซึ่งเป็นแฟนอาร์เซนอลมาตั้งแต่เด็กเช่นกัน ทั้งคู่มีคลิปหัวเราะและสวมกอดกันที่สนามซ้อม หลังคอนซาย้ายจากแอสตัน วิลลา ด้วยค่าตัว 51 ล้านปอนด์
คอนซายังยกเครดิตเรื่องการปรับตัวให้เพื่อนที่รู้จักจากทีมชาติอังกฤษ ทั้งเดแคลน ไรซ์, บูกาโย ซากา, โนนี มาดูเอเก, ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี และเบน ไวท์ การเข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็วของเขามีความสำคัญในช่วงที่วิลเลียม ซาลิบา บาดเจ็บ โดยหลังประเดิมสนามให้อาร์เซนอลในฐานะตัวสำรองเกมเยือนวิลลา คอนซาลงเล่นครบทุกนาทีในเกมพรีเมียร์ลีกและแชมเปียนส์ลีกของสโมสรนับจากนั้น
บททดสอบถัดไปคือเคน กัปตันทีมชาติอังกฤษที่ทำไป 155 ประตูจาก 157 นัดให้บาเยิร์น นับตั้งแต่ย้ายจากท็อตแนมในปี 2023 คอนซาเคยเผชิญหน้ากับเคนเจ็ดครั้ง แบ่งเป็นหกนัดสมัยเล่นให้วิลลาพบสเปอร์ส และอีกนัดในเดือนตุลาคม 2024 ที่วิลลาชนะบาเยิร์น 1-0 ในแชมเปียนส์ลีก ซึ่งเป็นเกมเหย้านัดแรกของวิลลาในรายการนี้รอบ 41 ปี รวมแล้วทีมของคอนซาชนะสี่ครั้ง แพ้สามครั้ง และเคนยิงได้สองประตูจากจุดโทษทั้งหมด คอนซากล่าวถึงชัยชนะครั้งนั้นว่า “การเอาชนะพวกเขาในบ้านและเก็บคลีนชีตได้ เป็นเรื่องพิเศษมากสำหรับนักเตะและแฟนบอล” ก่อนเสริมว่า “ผมไม่ได้ดูสถิติประเภทนั้นมากนัก แต่ผมตั้งตารอความท้าทายนี้”
โปรแมวมองว่า จังหวะช่วยทีมช่วงท้ายเกมกับฟอเรสต์สะท้อนคุณค่าของการไม่หยุดเล่นจนกว่าจะสิ้นเสียงนกหวีด ส่วนการรับมือเคนครั้งนี้ สถิติเดิมเป็นเพียงฉากหลัง เพราะอาร์เซนอลยังต้องพิสูจน์ความแน่นอนในเกมเยือนบาเยิร์นด้วยผลงานในสนาม

