แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ชนะติดต่อกัน 7 นัดแล้ว และความพ่ายแพ้ต่อโคโม 1-4 ในแชมเปียนส์ลีกยังตามมาด้วยความเห็นต่างเรื่องแท็กติกระหว่างบรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีม กับไมเคิล คาร์ริค เฮดโค้ช โดยบรูโน่มองว่าทีมปล่อยให้คู่แข่งมีเวลาและพื้นที่ครองบอลมากเกินไป ส่วนคาร์ริคชี้ว่าการเพรสแบบไม่สุดต่างหากที่สร้างปัญหา
บรูโน่อธิบายว่า “เป็นการตัดสินใจของทีมงานที่จะไม่เพรสแบบตัวต่อตัว” และกล่าวว่าการปล่อยให้คู่แข่งครองบอลมากทำให้อีกฝ่ายมั่นใจ ขณะที่ผู้เล่นยูไนเต็ดต้องวิ่งไล่จนหงุดหงิด เมื่อแย่งบอลกลับมาได้จึงใช้งานทั้งขาและสมองได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ของสกาย สปอร์ตส์ ระบุว่ายูไนเต็ดเคยพยายามเพรสตัวต่อตัวเป็นช่วง ๆ ในฤดูกาลนี้ และมักได้ผลลัพธ์ไม่ดี
ตัวเลขสนับสนุนข้อสังเกตเรื่องพื้นที่ของบรูโน่บางส่วน เพราะโคโมจ่ายบอลสำเร็จ 600 ครั้ง มากที่สุดที่คู่แข่งทำได้ในการเจอยูไนเต็ดฤดูกาลนี้ อีกทั้งสามเกมที่คู่แข่งจ่ายบอลสำเร็จมากที่สุดยังเป็นสามนัดล่าสุดกับโคโม แอตเลติโก มาดริด และลีดส์ ซึ่งตรงกับช่วงที่คาร์ริคพยายามทำให้ทีมยืนกระชับและแน่นขึ้น แม้เกมเสมอลีดส์ 1-1 และแพ้แอตเลติโก มาดริด 0-2 จะมีสัญญาณดีด้านรูปทรงเกมรับ แต่ความแน่นดังกล่าวไม่ปรากฏในเกมที่อิตาลี
ถึงกระนั้น โอกาสยิงของโคโมไม่ได้เกิดจากการต่อบอลยาวนานเสมอไป ชุดการจ่ายบอลก่อนยิงที่ยาวที่สุดในเกมนี้มี 13 ครั้ง และจบด้วยประตูที่สี่ เทียบกับฟูแล่มที่เคยต่อบอล 45 ครั้งก่อนยิงใส่ยูไนเต็ดในเดือนกันยายน นอกจากนี้ โคโมแย่งบอลคืนในพื้นที่เกมรุกหนึ่งในสามของสนามได้ 5 ครั้ง ส่วนยูไนเต็ดทำได้ 4 ครั้ง สกาย สปอร์ตส์ จึงมองว่าตัวเลขยังไม่สนับสนุนเต็มที่ต่อคำกล่าวของบรูโน่ที่ว่าโคโมแสดงให้เห็นว่าควรเพรสอย่างไร
ข้ออธิบายเรื่องความล้าก็มีจุดให้ตั้งคำถาม เพราะสองประตูแรกของโคโมเกิดขึ้นภายในห้านาทีแรกหลังเริ่มเกมและเริ่มครึ่งหลัง โดยประตูแรกมาในช่วงไม่ถึงสองนาที แม้ยูไนเต็ดมีผู้เล่น 7 คนต่อเจ้าบ้าน 5 คนในพื้นที่เกมรับหนึ่งในสามของสนาม แต่มาเธอุส คุนญ่า ปล่อยให้นิโก ปาซ หาพื้นที่บริเวณหน้าเขตโทษ ก่อนแฮร์รี่ แม็กไกวร์จะถอยเปิดทางให้ปาซปั่นบอลเข้ามุมไกลขณะมีผู้เล่นยูไนเต็ดล้อมอยู่ 4 คน ส่วนประตูที่สามเกิดจากความผิดพลาดขณะครองบอลของคาร์ลอส บาเลบา ซึ่งเพิ่งลงมาไม่ถึง 15 นาที คาร์ริคกล่าวถึงปัญหาหลังพักครึ่งว่า “เราเพรสตัวต่อตัวแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ในครึ่งหลัง และสุดท้ายก็เสียประตูจากจังหวะนั้น”
โปรแมวมองว่า บรูโน่มีเหตุผลเรื่องการปล่อยพื้นที่ แต่ตัวเลขและจังหวะเสียประตูที่ต้นทางยกมายังไม่พอจะสรุปว่าการเปลี่ยนไปเพรสตัวต่อตัวจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ในมุมของโปรแมว ประเด็นที่ควรจับตาคือผู้เล่นขยับกดดันและคุมพื้นที่สอดคล้องกันเพียงใด เพราะการเลือกวิธีเล่นกับการทำให้ได้ตามแผนเป็นคนละขั้นตอนกัน

